ทำไมการแต่งองค์ทรงเครื่องจึงช่วยยกระดับจิตใจในวันที่เราห่อเหี่ยว

“แฟชั่นน่ะคือโล่สำหรับออกศึกในชีวิตประจำวันล่ะ” บิลล์ คันนิงแฮม (Bill Cunningham) ช่างภาพแฟชั่นคนดังชาวอเมริกัน เคยกล่าวแบบหยิกแกมหยอกไว้เช่นนั้น… คำถามคือแล้วถ้าในช่วงเวลาที่เราถูกกักตัวอยู่ในบ้านแบบนี้ เสื้อผ้าและการแต่งตัวยังจะเป็นเกราะกำบังให้เราอยู่ไหม ในเมื่อไม่มีสายตาใครอื่นมองเข้ามา

ในช่วงระยะนี้ หลายๆ คนที่ทำงานอยู่กับบ้านคงยัดเสื้อผ้าตัวเก่งเข้าตู้ซอกที่ลึกที่สุดไปเรียบร้อยแล้ว เพราะคงยังหาโอกาสใส่ออกไปเฉิดฉายที่อื่นๆ ลำบาก สู้ขุดเอาเสื้อเน่าตัวเก่งใส่สบาย ย้วยหน้าย้วยหลังมาสวมทุกวันน่าจะสะดวกกว่าเยอะ ถึงอย่างไรเราก็ต้องทำงานที่บ้าน อยู่ในบ้านเกือบตลอดทั้งวันอยู่แล้ว

อาจจะมีบ้างก็ช่วงที่ต้องออกจากบ้านอย่างจริงจัง (แบบไม่ใช่แค่ไปซื้อข้าวหน้าปากซอยนะ!) ไม่ว่าจะต้องประชุมหรือแม้แต่คุยงานออนไลน์ผ่านสารพัดโปรแกรมที่ต้องเห็นหน้ากัน เมื่อนั้นแหละที่เราจะหยิบเอาเสื้อเชิ้ตมาปัดฝุ่น รีดเนคไทเรียบกริบ บางคนอาจจะแต่งหน้าแบบจัดเต็มด้วยอาการเบิกบานมากกว่าปกติเล็กน้อย ด้านหนึ่งมันก็เป็นผลมาจากการได้ออกจากบ้านเป็นเวลาสั้นๆ ซึ่งถือเป็น ‘ไฮไลต์’ ของวัน กับอีกส่วน ลึกๆ แล้วพวกเราต่างกระชุ่มกระชวยที่ได้แต่งตัวสวยหล่อกันอีกครั้ง

“เมื่อไหร่ก็ตามที่คนไข้บอกว่าพวกเขาเริ่มแยกวันเวลาระหว่างการทำงานกับการอยู่บ้านออกจากกันไม่ได้ ฉันจะบอกให้พวกเขาลองแต่งหน้าทาปากตั้งแต่เช้าดู” ซาแมนธา บอร์ดแมน (Samantha Boardman) แพทย์จากวิทยาลัยเวลล์ คอร์เนลล์ เมดิคอล (Weill Cornell Medical College) บอก “การแต่งหน้าแต่งตัวมันทำให้คุณแยกชีวิตทำงานออกจากชีวิตประจำวัน (ที่ต้องพักผ่อน) ได้จริงๆ นะ”

สำคัญไปกว่านั้นคือ การแต่งหน้าแต่งตัวช่วยให้เรารู้สึกว่าเรากำลังควบคุมบางอย่างอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งท่ามกลางสภาวะโรคระบาดที่เรารู้สึกตัวเองเล็กจ้อยและควบคุมอะไรไม่ได้เลยแม้แต่อนาคตของตัวเอง

กลไกการออกแบบเสื้อผ้าเพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆ นั้นล้วนมีเรื่องของจิตวิทยาและเป้าประสงค์ซุกซ่อนอยู่เสมอ ชุดออกกำลังกายแนบเนื้อและระบายอากาศได้ดี ไม่ใช่แค่เพราะความสะดวกในการขยับร่างกายเวลาทำกิจกรรมผาดโผน แต่มันกระตุ้นให้เรารู้สึกว่าต้องออกกำลังกายและใช้แรง เช่นเดียวกันกับชุดนอนที่มักเป็นเสื้อตัวเก่าหลวมโคร่งหรือเนื้อผ้าบางเบา ที่ไม่ใช่แค่ช่วยให้นอนหลับสบาย แต่มันยังผ่านการออกแบบที่โน้มน้าวให้เรารู้สึกผ่อนคลายและพร้อมหลับได้มากกว่าชุดรูปแบบอื่นๆ

อย่างที่เราหลายๆ คนน่าจะเคยรู้สึกกันมาแล้ว เมื่อเราสวมใส่ชุดนอนหรือเสื้อย้วยเจ้าประจำของเรา เรามักมีแนวโน้มจะปล่อยเนื้อปล่อยตัวมากขึ้นกว่าเดิมเสมอ นำมาสู่ความรู้สึกผ่อนคลายก่อนขึ้นเตียงนอน แต่ถ้าเราสวมเจ้าเสื้อผ้านี้ทั้งวัน กลับกันคือความผ่อนคลาย ปล่อยตัวที่ว่านี้ทำให้เรารู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าไม่เพียงแต่เราจะควบคุมสิ่งที่อยู่นอกบ้านไม่ได้ แต่กับตัวเอง เรายังควบคุมไม่ได้ด้วยซ้ำ

ด้วยเหตุนี้ เครื่องแต่งกายรวมถึงการแต่งหน้าแต่งตัวจึงมาพร้อมเซนส์บางอย่างของการใช้ชีวิตเสมอ โดยเฉพสะอย่างยิ่งในเวลานี้ที่เราล้วนรู้สึกควบคุม จัดการกับการแพร่ระบาดของไวรัสไม่ได้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่ การแต่งตัวจึงเป็นหนึ่งในสิ่งที่เรายังพอจะรู้สึกว่าควบคุมและจัดการได้อยู่บ้าง เพื่อดึงตัวเองให้ออกห่างจากการปล่อยตัวเฉื่อยชา -แม้จะพยายามโปรดักทีฟทำงานในบ้าน- ทุกวัน ดังนั้น ก็ไม่น่าแปลกหากวันไหนที่เราหยิบเสื้อผ้าเนี้ยบๆ มาสวม เซ็ตผม หรือเขียนคิ้วอยู่บ้าน นั่นก็อาจเพราะด้านหนึ่งเราพยายามบอกตัวเองว่ายังมีสิ่งที่เราควบคุมได้อยู่ เรายังจัดการทุกอย่างได้อยู่ และท่ามกลางความอลหม่านของภาวะวิกฤติของโรคระบาด ความรู้สึกเช่นนี้ก็ช่วยยกระดับจิตใจให้ไม่มากก็น้อยทีเดียว

 

อ้างอิงข้อมูลจาก:
independent.co.uk
refinery29.com/

Related Books