‘วิทยาศาสตร์แห่งความสำเร็จ’ สูตรครอบจักรวาลสำหรับการทำให้โลกรู้จักและจดจำคุณ

เคยไหม ก้มหน้าก้มตาทำงานเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จสักที ขณะที่บางคนดูไม่ค่อยทำอะไร แต่กลับได้ดีเกินหน้าเกินตาเราซะงั้น!

หนังสือ ‘วิทยาศาสตร์แห่งความสำเร็จ’ เล่มนี้บอกเราว่า นอกจากนั่นจะไม่ใช่เรื่องของโชคชะตาแล้ว มันยังสามารถพิสูจน์ได้ด้วยกฎทางวิทยาศาสตร์อีกต่างหาก

ใครๆ ก็รู้จักไอน์สไตน์ เช่นเดียวกับภาพวาดโมนาลิซา แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ‘ชื่อเสียง’ ของทั้งสองสิ่งที่ว่ามานั้น มีที่มาที่ไปอย่างไร

ใบ้ให้เล่นๆ ว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นเลิศของตัวบุคคลหรือผลงานแต่อย่างใด

กฎข้อหนึ่งที่คุณควรรู้คือ “ผลงานที่คุณทำ ไม่ได้เท่ากับความสำเร็จเสมอไป” นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมภาพวาดที่โด่งดังหรือราคาแพงที่สุด จึงอาจไม่ใช่ภาพที่ดีที่สุด, มหาวิทยาลัยชื่อดัง ไม่ได้ดังเพราะทำให้นักศึกษาเป็นคนเก่ง และผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย อาจไม่ได้มีความสามารถในการตัดสินหรือให้คุณค่าได้ดีไปกว่าพวกเราเลย

แอลเบิร์ต-ลาซโล บาราบาชี นักวิทยาศาสตร์ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ตั้งต้นจากการทำวิจัยเรื่อง ‘ความสำเร็จ’ เพราะอยากได้ผลงานที่ประสบความสำเร็จสักเรื่อง (ก่อนหน้านั้นเขาผิดหวังกับงานวิจัยที่คิดว่าจะเปลี่ยนโลกได้แน่ๆ แต่กลับแป้กไม่เป็นท่า)

“จากประสบการณ์ เราต่างรู้ว่าผลงานยอดเยี่ยมไม่ได้การันตีความสำเร็จเสมอไป แต่แล้วทำไมจึงมีบางคนที่ประสบความสำเร็จโดยไม่สร้างผลงานอะไรเลย” คือคำถามข้อใหญ่ที่ผลักดันให้เขาและทีมงานวิจัย ลงทุนลงแรงศึกษาฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทุกวงการ ตั้งสมมุติฐานหลากหลายรูปแบบ และสร้างสูตรคำนวณอันสลับซับซ้อน จนได้ผลลัพธ์ในระดับ ‘พลิกวงการ’ ออกมาในที่สุด

ไม่ใช่แค่วงการวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังลามไปถึงวงการอื่นๆ อย่างแวดวงศิลปะ แวดวงการศึกษา ไปจนถึงแวดวงกีฬา สิ่งหนึ่งที่แอลเบิร์ตและทีมงานค้นพบคือ ‘เครือข่าย’ หรือ ‘คอนเนคชั่น’ นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะทำให้ใครสักคนโด่งดังหรือประสบความสำเร็จในสายอาชีพนั้นๆ

เพราะความสำเร็จไม่ใช่เรื่องตัวใครตัวมัน แต่เป็นเรื่องของสังคมรวมหมู่

“จำไว้นะครับ แค่ผลงานอย่างเดียวไม่พอ เราต้องเปลี่ยนกรอบคิดที่ว่าหากหวังอยู่ในหมู่ดาวต้องเริ่มไต่เต้าจากผืนดิน แน่ละ ถ้าในโลกการทำงานเราวัดผลงานได้ตรงไปตรงมาเหมือนโลกเทนนิสก็คงจะดี แต่การไต่เต้าขึ้นบันไดความก้าวหน้าในบริษัทไม่เป็นอย่างนั้น ผมขอเสนอให้เปลี่ยนแนวคิดไต่เต้าบันไดความก้าวหน้า เป็นการทอดสะพานทางสังคม…

“หากต้องการขยับให้โลกเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เราก็ต้องค้นหาและเชื่อมโยงกับฮับที่ส่งผลให้เราพุ่งทะยานได้ ทั้งผู้สมัครมหาวิทยาลัยไอวีลีกและนักเทนนิสหนุ่มสาวเก่งๆ ต่างทำเช่นนี้ คนใหญ่คนโตในโลกศิลปะก็เช่นกัน ไม่สำคัญว่าคุณอยู่ในสายอาชีพหรือแวดวงไหน หากต้องการความสำเร็จ คุณก็ต้องใช้เครือข่ายให้เชี่ยวชาญ”

แนวคิดที่ว่ามา อาจฟังดูทะเยอทะยานและเห็นแก่ตัวไปสักหน่อย แต่ข้อเท็จจริงก็คือ ปรากฏการณ์ทำนองนี้มีให้เห็นอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะในแวดวงศิลปะ ที่คุณค่าของผลงานนั้นไม่สามารถวัดได้อย่างภววิสัย คนในแวดวงจึงต้องพึ่งพาอาศัยและเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน เพื่อสร้าง ‘มูลค่า’ ให้กับสิ่งที่ตัวเองทำ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นเพลง เป็นภาพเขียน เป็นแกลเลอรี หรือพิพิธภัณฑ์

จุดสำคัญคือ เมื่อไหร่ที่คุณสามารถขยับขยายเครือข่ายให้พ้นไปจากแวดวงที่คุณสังกัดอยู่ได้ เมื่อนั้นคุณอาจกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ แม้จะเป็นซูเปอร์สตาร์ที่คนในแวดวงพากันมองบนก็ตาม… ในทางกลับกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าการโฟกัสกับผลงานนั้นจะไม่มีความหมายเลย สิ่งที่หนังสือเล่มนี้บอกเราคือ อย่าก้มหน้าก้มตาทำงานจนละเลยบริบทรอบๆ ที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ หรือได้รับผลตอบแทนอย่างที่ควรจะเป็น

เมื่อเห็นคำว่า ‘ความสำเร็จ’ อยู่บนปก คุณอาจคิดว่านี่เป็นแค่หนังสือฮาวทูอีกเล่มที่จะช่วยให้ประสบความก้าวหน้าในชีวิตและการงาน แน่นอนว่าหนังสือเล่มนี้มีฟังก์ชันนั้นอยู่ แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีการลอยๆ หรือตัวอย่างอันเป็นนามธรรมอย่างที่คุณอาจเคยพบพานจากหลายที่ เพราะ ‘กฎแห่งความสำเร็จ’ ที่อธิบายไว้ในหนังสือเล่มนี้ คือกฎทางวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการทดสอบและวิจัยมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง

ที่สำคัญคือมันได้ผลแม่นยำจนผู้เขียนมั่นใจพอจะพูดว่ามันคือ ‘กฎสากลที่ตายตัวและไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้’

ส่วนสิ่งที่ไม่ตายตัว คือการอ่านแล้วได้เอาไปทบทวนกับตัวเองว่า ตอนนี้เรายืนอยู่จุดไหน เชื่อมโยงกับเครือข่ายสังคมและวิชาชีพของเราอย่างไร แล้วมันจะพาเราไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่

 


 

สั่งซื้อ ‘วิทยาศาสตร์แห่งความสำเร็จ’ ได้ที่ : https://thecuratorclub.co/product/book-167/

Related Books