The Bullet Journal Method: วิถีบันทึกแบบบูโจ

คุณเคยประสบปัญหาเหล่านี้ไหม ?

– ซื้อแพลนเนอร์มาใช้ แต่ใช้ไปได้ไม่เท่าไหร่ก็เริ่มเบื่อ รู้สึกว่ามันไม่ตอบโจทย์ชีวิต
– ใช้สมุดบันทึกจดทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต แต่ใช้ไปสักพักเริ่มตาลาย หาสิ่งที่เคยจดไว้ไม่เจอ
– ใช้แอพในมือถือช่วยเตือนความจำ บันทึกสิ่งที่ต้องทำต่างๆ นานา แต่กลับพบว่ามันไม่ช่วยให้คุณมีระเบียบหรือตรงต่อเวลามากขึ้นเลย

ไรเดอร์ แคร์รอลล์ คือคนที่ประสบกับภาวะต่างๆ ที่ว่ามาเช่นกัน ปัญหาของเขาคือสมาธิสั้น ไม่ค่อยมีระเบียบวินัย ชอบทำอะไรแบบครึ่งๆ กลางๆ ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

แต่ลึกลงไปในใจ เขาก็มีความฝันที่อยากจะประสบความสำเร็จเหมือนกับคนอื่นๆ เหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงเริ่มคิดหาวิธีแก้ปัญหา โดยเริ่มจากสมุดบันทึกธรรมดาๆ เล่มหนึ่ง

หลังจากลองผิดลองถูกอยู่นาน เขาก็ค้นพบวิธีการจดบันทึกที่ตอบโจทย์ชีวิตสักที ซึ่งนอกจากจะทำให้เขาสามารถโฟกัสกับหน้าที่การงานได้ดีขึ้นแล้ว มันยังช่วยให้ค้นพบว่าชีวิตตัวเองต้องการอะไร สิ่งไหนควรเก็บ สิ่งไหนควรโยนทิ้งไป

ในตอนแรก เขาคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้ได้ผลกับเขาเพียงคนเดียว จนกระทั่งเขาได้แชร์วิธีการนี้ให้เพื่อนคนหนึ่งฟังอย่างละเอียด เพราะเห็นว่าเพื่อนกำลังประสบปัญหาคล้ายๆ กัน โดยหารู้ไม่ว่า นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของวิถีการบันทึกแบบ ‘Bullet Journal’ หรือ ‘บูโจ’ ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

ไอเดียของ ‘บูโจ’ คือการจัดระเบียบสมุดบันทึก (ที่มักจะไร้ระเบียบ) ให้เข้ารูปเข้ารอย และตอบสนองความต้องการของแต่ละคนให้ได้มากที่สุด ฟังดูเผินๆ เหมือนจะง่าย และเชื่อว่าน่าจะมีคนมากมายที่พยายาม ‘ออกแบบ’ สมุดบันทึกของตัวเองให้มีครบทุกฟังก์ชั่นเท่าที่ต้องกา

ข่าวดีคือ ถ้าบังเอิญคุณเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า คุณไม่จำเป็นต้องงมให้เสียเวลาอีกต่อไป เพราะไรเดอร์ได้เสียเวลามามากพอจนค้นพบวิธีการที่ว่านั้นแล้ว แล้วถ้าเกิดคุณยังลังเลว่ามันจะเวิร์คกับคุณมั้ย ลองเสิร์ชกูเกิ้ลด้วยคีย์เวิร์ด ‘Bullet Journal’ ดูเล่นๆ ก็ได้ คุณจะพบเรื่องราวของคนมากมายที่ใช้แล้วเวิร์คจริงๆ ยกตัวอย่างเช่นเรื่องราวของ ‘แซนดี’

แซนดีเป็นคุณแม่ลูกเล็กที่ไม่เคยพักผ่อนเพียงพอ นอกจากต้องกังวลว่าลูกนอนพอไหม เขารับวัคซีนครบหรือยัง โรงเรียนอนุบาลเปิดรับสมัครถึงวันไหนกันแน่ เธอยังลืมอีกหลายสิ่งในชีวิต ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างการจ่ายบิลไม่ทัน การยอมทิ้งความฝัน ไปจนถึงการละเลยศักยภาพของตัวเอง

เธอรู้ตัวดีว่าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ชีวิตเธออาจพบกับหายนะไม่ช้าก็เร็ว แค่จินตนาการว่าเมื่อถึงวัยที่ลูกต้องเข้าโรงเรียน เธอหรือสามีอาจลืมไปรับลูกกลับบ้านก็ได้ ก็ทำเอาอกสั่นขวัญแขวน

แซนดีพบกับ Bullet Journal โดยบังเอิญ เธอศึกษาแล้วหยิบกระดาษกับปากกามาลองลงมือทำทันที ผลที่ได้คือชีวิตเข้าที่เข้าทาง เชื่อมั่นในตัวเอง ไม่หลงลืมอะไรอีกต่อไป และผลพลอยได้ที่น่าเหลือเชื่อที่สุดคือ เธอบีบมะนาวเองได้แล้ว!

ก่อนหน้านี้ แซนดีมีอาการที่เรียกว่าโรคแกะผิวหนัง (dermatillomania) ซึ่งเป็นอาการทางจิตชนิดหนึ่งที่ผู้ป่วยจะวุ่นวายกับการแกะโน่นเกานี่อยู่ตลอด กรณีของเธอ มักจะแกะนิ้วจนถลอกปอกเปิก นิ้วมือเต็มไปด้วยแผล จนเธอต้องยกเลิกนัดประชุมหรือสัมภาษณ์ บางครั้งก็เจ็บแผลจนนอนไม่หลับ ทำของที่ถืออยู่ตก หรือไม่สามารถทำอะไรง่ายๆ อย่างการบีบมะนาวใส่ชาได้

แต่การทำบูโจ ทำให้เธอได้ใช้เวลากับงานอดิเรกที่เธอรัก นั่นคือการประดิษฐ์ตัวอักษร ทุกเส้น ทุกตัวอักษร ทุกภาพ ที่เธอนั่งเขียนนั่งวาดลงในสมุดบันทึก ช่วยให้มือไม่ว่าง ไม่หมกมุ่นกับการแกะโน่นเกานี่อีกต่อไป อาการของเธอดีขึ้นช้าๆ และหายในที่สุด

“เมื่อจดปากกาลงบนกระดาษ เราไม่ได้จุดไฟในหัวเท่านั้น ทว่ายังจุดไฟในตัวด้วย การเขียนทำให้เราคิดและรู้สึกไปพร้อมๆ กัน”

ถ้าถามว่าหัวใจสำคัญของการทำบูโจคืออะไร คำตอบที่แสนจะเรียบง่ายก็คือ การที่คุณได้จดจ่ออยู่กับสมุดและปากกาตรงหน้า ซึ่งนอกจากจะเป็นการ ‘ปิดสวิตช์’ จากข้อมูลที่ไหลบ่าผ่านหน้าจอมือถือหรือแล็ปท็อปของคุณแล้ว ข้อมูลจากงานวิจัยจำนวนมากยังชี้ว่า มันส่งผลในเชิงบวกต่อทั้งระบบความคิด ร่างกาย และจิตใจด้วย

หนังสือ The Bullet Journal Method: วิถีบันทึกแบบบูโจ เล่มนี้ รวบรวมทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการใช้บูโจ ตั้งแต่ต้นกำเนิดและที่มาที่ไปของมัน คู่มือสำหรับการเริ่มต้นและการใช้งานอย่างละเอียด ข้อมูลจากงานวิจัยต่างๆ ที่ช่วยสนับสนุนว่าทำไมมันถึงใช้ได้ผล ไปจนถึงกรณีตัวอย่างและบันทึกประสบการณ์อันหลากหลายจากผู้ใช้บูโจ

เหมาะสำหรับใครก็ตามที่อยากจัดระเบียบชีวิตตัวเองแบบจริงๆ จังๆ สักที นักสร้างสรรค์ที่ต้องการกรอบชัดเจน หรือคนที่กำลังค้นหาเป้าหมายของตนท่ามกลางกระแสดิจิทัลอันท่วมท้น

ถึงเวลาแล้วที่บันทึกชีวิตบทใหม่จะได้เริ่มต้น

Related Books