Red Dragon

Red Dragon: กำเนิดอำมหิต

โหดและดิบเถื่อนแบบไม่บันยะบันยังเลยพ่อ Red Dragon นี่มันหนังสือสำหรับคอนิยายสืบสวนและแฟนหนังของป๋า ฮันนิบาล เล็กเตอร์ ฆาตกรกินคนจอมอัจฉริยะมากๆ บวกความโหดจากเนื้อเรื่องและสำนวนแปลก็ทำเอาฝันร้ายไม่กล้ากินตับหมูไปอีกนาน

Red Dragon หรือ กำเนิดอำมหิต คือปฐมบทที่นักเขียน โธมัส แฮร์ริส แนะนำให้ผู้อ่านทั่วโลกได้รู้จักกับ ด็อกเตอร์ฮันนิบาล เล็กเตอร์ มนุษย์กินคนที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำความปลอดภัยขั้นสูงสุด แต่หนังไม่ได้ว่าด้วยการต่อสู้ระหว่างนักสืบกับฮันนิบาล แต่นักสืบต้องมาขอความช่วยเหลือจากฮันนิบาล เพราะเจอฆาตกรต่อเนื่องนอกคุกที่คิดจนหัวแทบแตกก็คิดไม่ออกว่าฆาตกรรายนี้ต้องการอะไรจากการ ‘ทำลาย’ ศพเหยื่อแบบผิดมนุษย์ขนาดนั้น

วิล แกรม เป็นนักสืบที่เคยปะทะกับฮันนิบาลสมัยยังหนุ่มฟ้อ ลงเอยด้วยการถูกฮันนิบาลกระชากอวัยวะภายในแหว่งหายไปชิ้นนึง (…) แต่ก็แลกกับการจับกุมฮันนิบาลได้ อย่างไรก็ดี ผลการต่อสู้ครั้งนั้นทำให้เขาถอนตัวออกจากการเป็นนักสืบ ไอ้เวรเอ๊ยพอกันทีอาชีพที่ต้องเอาม้ามเอาตับมาเสี่ยง

ปรากฏว่าวันหนึ่ง มิตรสหายจากวงการนักสืบก็ขอให้เขาช่วยตามสืบคดีลึกลับ เมื่อฆาตกรรายหนึ่งสังหารโหดสองครอบครัวสุขสันต์ และโหดเหี้ยมอย่างยิ่งเพราะทำลายกระจกทุกบานในบ้านเพื่อเอาเศษกระจกไปใส่ในดวงตาของเหยื่อ (!!) โดยไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร และคดีนี้เองที่กระตุ้นสัญชาติญาณนักสืบของแกรมให้หวนกลับมาอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี มันไม่ใช่นิยายสืบสวนที่ตามหาว่าใครในเรื่องคือคนร้าย เพราะ ปู่โธมัส แฮร์ริส ประกาศโต้งๆ ตั้งแต่บทแรกๆ เลยว่าอีตานี่คือคนร้ายจ้า มาทางนี้เร้ว แต่นั่นแหละที่ยิ่งทำให้ผู้อ่านขนลุกขนชัน เพราะทุกการปรากฏตัวของคนร้ายเต็มไปด้วยความหฤโหด นักสืบแกรมต้องไปขอความช่วยเหลือจากฮันนิบาล (ซึ่งถูกคุมขังอย่างสบายใจเฉิบในคุก) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมบิดเบี้ยวของฆาตกรที่นอกจากจะเอากระจกยัดใส่ดวงตาของเหยื่อแล้ว ยังจับเหยื่อมานั่งเรียงกันอย่างมีนัยยะด้วย ซึ่งแต่ละฉากบรรยายได้โหดสุดขีดจนเสียวสันหลัง อ่านจบแต่ละบทแล้วต้องลุกไปตรวจดูประตูบ้านว่าล็อคแล้วแน่หรือยัง กลัวจะมีคนร้ายมุดมาจับเอากระจกยัดเข้าเบ้าตาตอนนอน

ในอีกด้านหนึ่ง ท่ามกลางความโหดเหี้ยมแบบไม่ยั้งมือ นิยายก็ค่อยๆ เผยให้เห็นต้นธารของบาดแผลที่ค่อยๆ หล่อหลอมให้ใครสักคนเติบโตมากลายเป็นฆาตกรสมกับชื่อเรื่อง ‘กำเนิดอำมหิต’ ซึ่งแต่ละบทบรรยายได้ถึงพริกถึงขิงมาก บวกสำนวนแปลที่ดิบสุดขีดจนน่าจะเป็นหนังสือแปลเพียงไม่กี่เรื่องที่เลือกใช้ศัพท์ ‘ต้องห้าม’ บางคำได้อย่างทรงพลังและสั่นสะเทือน

ใครอ่านหนังสือแล้วเราอยากแนะนำให้ตามไปดูหนัง Red Dragon (2002, เบร็ตต์ เรตเนอร์) ที่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่องนี้ เชื่อว่าจะได้รับบรรยากาศความสยดสยองในอีกรูปรสต่างจากหนังสือแน่นอนจ้า

Related Books

วรรณกรรมญี่ปุ่น

กำเนิดอำมหิต

395 ฿