ปีเตอร์ แพน

โศกนาฏกรรมเบื้องหลัง ปีเตอร์ แพน ภาพแทนพี่ชายผู้จากไปของ เจ. เอ็ม. แบร์รี

ปีเตอร์ แพน เด็กชายที่ติดอยู่ในวัยเยาว์ตลอดกาลในเนเวอร์แลนด์ ดินแดนมหัศจรรย์ เขาร่าเริง เขากล้าหาญและเป็นมิตรกับจิตวิญญาณอันอ่อนโยนของเด็กๆ เราล้วนรู้จักเขาในฐานะตัวละครหลักของหนังสือวรรณกรรมเยาวชน ปีเตอร์แพน โดย เจ. เอ็ม. แบร์รี นักเขียนชาวสกอตแลนด์ และแอนิเมชั่นของดิสนีย์ชื่อเดียวกันในปี 1953 ที่รังสรรค์ภาพจำ ปีเตอร์ แพน ในรูปลักษณ์เด็กชายเจ้าของรอยยิ้มกว้างขวางและดวงตาสุกสกาว และพา เวนดี เพื่อนมนุษย์ออกท่องเที่ยว โผบินจากหน้าต่างห้องนอนของเธอสู่โลกจินตนาการ

หากแต่ ‘เบื้องหลัง’ การกำเนิดของ ปีเตอร์ แพน นั้นไม่สดใส ไม่งดงามเช่นเดียวกับฉากหน้า ตรงกันข้าม มันกลั่นมาจากช่วงชีวิตอันร้าวรานในวัยเด็กของแบร์รีและแม่ของเขา ภายหลังจากการจากไปของ เดวิด พี่ชายคนโต

 

 

แบร์รีเกิดในครอบครัวใหญ่ เขาเป็นเด็กคนที่เก้าจากพี่น้องทั้ง 19 คน และถือว่าตัวเล็กสุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมด (แม้กระทั่งเมื่อเติบใหญ่เต็มที่แล้ว แบร์รีก็มีส่วนสูงเพียง 161 เซนติเมตรเท่านั้น) ในปี 1867 เมื่อเขาอายุได้ 6 ขวบ ครอบครัวแบร์รีก็ประสบโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เมื่อเดวิด พี่ชายของเขาและลูกชายคนโปรดของแม่ -นางมาร์กาเร็ต- เสียชีวิตก่อนหน้าวันเกิดครบรอบ 14 ปีเพียงไม่กี่วันจากอุบัติเหตุการเล่นไอซ์สเก็ต มาร์กาเร็ตตระหนกสุดขีด และไม่อาจทำใจได้กับการจากไปอย่างกะทันหันของลูกชาย ขณะที่แบร์รีเองซึ่งเป็นน้องพยายาม ‘สวมร่าง’ เป็นเดวิดด้วยการใส่เสื้อผ้าของพี่ผู้จากไป และเลียนแบบพฤติกรรมบางอย่างของเดวิดเพื่อให้รู้สึกว่าพี่ชายยังคงอยู่ หรือมากกว่านั้น เพื่อให้แม่รู้สึกว่าเดวิดยังไม่จากไปไหน

กระทั่งเมื่อในคืนหนึ่ง เด็กชายแบร์รีวัย 6 ขวบพยายามเข้าไปปลอบประโลมแม่เขาในความมืด และพบว่าในความเงียบงันนั้น แม่เขาถามกลับมาแค่ว่า “นั่นลูกหรือ”

ในหนังสือ Margaret Ogilvy (1896) ซึ่งแบร์รีเขียนถึงแม่เขาในภายหลังจากที่เขาเติบโตแล้ว ระบุถึงห้วงเวลาอันยากลำเค็ญนี้ว่า

“ห้องนั้นมืดมาก ตอนที่ได้ยินเสียงบานประตูงับปิดลงและไม่มีเสียงอื่นใดลอดออกมาเลย ผมกลัวมาก ได้แต่ยืนนิ่ง คงจะหายใจถี่รัวหรือไม่ก็ร้องไห้อย่างหนัก จากนั้น ก็ได้ยินเสียงอันแสนเศร้า -ซึ่งไม่เคยเศร้ามาก่อน- ถามมาว่า ‘นั่นลูกหรือ’

“ผมคิดว่าน้ำเสียงนั้นบาดหัวใจเหลือเกิน และผมไม่ได้ตอบอะไร ก่อนที่น้ำเสียงนั้นจะเครียดเค้นขึ้น ‘นั่นลูกหรือ’ อีกครั้ง ผมคิดว่าแม่คงกำลังพูดอยู่กับเด็กชายที่เพิ่งตายจากไป ผมจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเปลี่ยวเหงาลีบเล็กว่า ‘ไม่… ไม่ใช่เขาหรอก นี่ผมเอง’ จากนั้นผมก็ร้องไห้ แม่หมุนตัวกลับมาที่เตียง และแม้มันจะมืดเหลือเกิน ผมก็รู้ได้ว่าแม่ยื่นมือออกมาหา”

 

ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม แต่แบร์รีในวัยเด็กเรื่อยมาจนเติบโต ก็มีภาพจำเป็นความรักต่อแม่ที่มีให้พี่ชายซึ่งจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับและไม่มีวันที่เขาจะได้แทนที่นั้น รวมถึงการสร้างตัวละคร เวนดี เด็กหญิงผู้เป็นเพื่อนเล่นที่ ปีเตอร์ แพน ชวนเข้าไปเที่ยวในเนเวอร์แลนด์ ก็เป็นไปได้ว่าแบร์รีจะแทนค่ามาร์กาเร็ต แม่ของเขา ลงในสมการนั้น เพราะตัวละครเวนดีมีหลายอย่างที่ถอดแบบมาจากมาร์กาเร็ต หนึ่งในนั้นคือการเปี่ยมไปด้วยความรับผิดชอบอย่างใหญ่หลวงในการดูแลน้องๆ ซึ่งแบร์รีเล่าถึงแม่เขาไว้ในหนังสือ Margaret Ogilvy ว่า“แม่อายุได้แปดขวบตอนคุณยายจากไป และทิ้งให้แม่ต้องเป็นคนดูแลบ้าน เป็นแม่ของน้องชาย ใช้เวลาจากนั้นในการขัดถู ซ่อมแซมสิ่งของ อบขนมปังและชุนผ้า”

แต่กว่าที่แบร์รีจะได้เริ่มร่างเส้นเรื่องที่ว่าด้วยเด็กชายไม่ยอมโตนั้นก็เมื่อเขาล่วงเข้าวัยผู้ใหญ่แล้ว เมื่อปี 1898 แบร์รีพบกับเด็กชายวัย 4 ขวบและ 5 ขวบอบ่าง จอร์จ และ แจ็ค ลีเวลลีน เดวีส์ ระหว่างที่เขาเดินเล่นในสวนไฮปาร์ค ก่อนจะเข้าไปทำความรู้จักกับเด็กทั้งสองอย่างสนิทสนม ภาพแทนของชายชาวสก็อตต์ร่างเล็กกับเด็กอีกสองคนทำให้เขาวาดภาพถึงเด็กผู้ไม่ยอมโตในนิยายของตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ กลายมาเป็น The Little White Bird นิยายปี 1902 ที่ว่าด้วยเด็กชาย เดวิด วัย 6 ขวบและ ปีเตอร์ แพน หนุ่มน้อยผู้มีเวทย์มนตร์และไม่ยอมโต

มันคือภาพสะท้อนแรกๆ ที่ทำให้เห็นว่า พี่ชายผู้จากไปในปี 1867 นั้นยังประทับตราในหัวใจของแบร์รีอยู่เสมอมาและเสมอไป ก่อนปรากฏในรูปลักษณ์ของตัวละครหลักของเด็ก ของวัยเยาว์ในหนังสือ

เขาเขียนบรรยายถึงตัวละครเดวิดนี้ว่า “ผมหันไปหาเดวิด ถามเขาด้วยเสียงต่ำๆ ว่าขอจุมพิตสักทีได้ไหม และเขาส่ายหัวอยู่หกครั้ง ผมสิ้นหวังเหลือเกิน จากนั้นเขาก็ยิ้ม และผมจึงรู้ว่าเขาเพียงแต่ลองใจ เขาผงกหัวอีกหกครั้ง และนั่นเป็นสิ่งที่งดงามที่สุดที่มาจากเขาเลยเชียว”

นักวิจารณ์หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า การจากไปของพี่ชายอย่างกะทันหันและการจดจำภาพแม่ผู้ตรอมใจ น่าจะส่งผลถึงตัวตนของแบร์รีอย่างถาวร และ ปีเตอร์ แพน นั้นก็ไม่ใช่อะไรอื่น หากแต่เป็นภาพแทนของเดวิดซึ่งยังเยาว์วัยอยู่เสมอ ไม่อาจเติบโตไปมากกว่าวัย 14 ปีที่เขาจากแม่และน้องชายไปตลอดกาล หยุดการเจริญเติบโตไว้เท่านั้นทั้งในความเป็นจริงและในความทรงจำของทั้งสอง

 

ปีเตอร์แพน

 

Related Books