โรคซึมเศร้า

สำรวจเช็กลิสต์อาการซึมเศร้า บัญญัติ 9 ข้อที่จะบอกว่าฉันป่วย

หากเคยพบจิตแพทย์ ในการปรึกษาเรื่องโรคซึมเศร้า คุณจะต้องเจอ ‘เช็กลิสต์ 9 ข้อ’ ที่ระบุว่า หากมีอาการ 5 ใน 9 ข้อนี้ แพทย์จะระบุว่าคุณอยู่ในข่ายของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า -ไม่ใช่สำหรับผู้ป่วยใช้วินิจฉัยตนเอง 

เช็กลิสต์นี้อยู่ในคู่มือการวินิจฉัยและสถิติสำหรับความผิดปกติทางจิต (Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders: DSM) จัดทำโดยสมาคมจิตเวชศาสตร์สหรัฐอเมริกา (American Psychiatric Association) ซึ่ง DSM-I เกิดขึ้นเมื่อปี 1952 มีการปรับปรุงหลายครั้ง ปัจจุบันคือฉบับที่ 5 หรือ DSM-V เผยแพร่ในปี 2013    

 

เกณฑ์การวินิจฉัยโรคซึมเศร้าตามเกณฑ์ของ DSM-V 

A. มีอาการดังต่อไปนี้อย่างน้อย 5 อาการร่วมกันนาน 2 สัปดาห์ และแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ต่างไปจากแต่ก่อน โดยมีอาการอย่างน้อย 1 ข้อของ 1. อารมณ์ซึมเศร้า หรือ 2. เบื่อหน่าย ไม่มีความสุข / หมายเหตุ:ไม่รวมอาการที่เห็นชัดว่าเป็นจากภาวะความเจ็บป่วยทางกาย

  1. มีอารมณ์ซึมเศร้าเป็นส่วนใหญ่ของวัน แทบทุกวัน โดยได้จากการบอกเล่าของผู้ป่วย (เช่น รู้สึกเศร้า หรือว่างเปล่า) หรือจากการสังเกตของผู้อื่น (เช่น เห็นว่าร้องไห้) / หมายเหตุ: ในเด็กและวัยรุ่นสามารถเป็นอารมณ์หงุดหงิด
  2. ความสนใจหรือความสุขใจในกิจกรรมต่างๆ ทั้งหมดหรือแทบทั้งหมดลดลงอย่างมากเป็นส่วนใหญ่ของวัน แทบทุกวัน (โดยได้จากการบอกเล่าของผู้ป่วย หรือจากการสังเกตของผู้อื่น)
  3. น้ำหนักลดลงโดยมิได้เป็นจากการคุมอาหาร หรือเพิ่มขึ้นอย่างมีความสำคัญ (ได้แก่น้ำหนักเปลี่ยนแปลงมากกว่าร้อยละ 5 ต่อเดือน) หรือมีการเบื่ออาหารหรือเจริญอาหารแทบทุกวัน / หมายเหตุ: ในเด็ก ดูว่าน้ำหนักไม่เพิ่มขึ้นตามที่ควรจะเป็น
  4. นอนไม่หลับ หรือหลับมากไปแทบทุกวัน
  5. กระสับกระส่าย (psychomotor agitation) หรือเชื่องช้า (retardation) แทบทุกวัน (จากการสังเกตของผู้อื่น มิใช่เพียงจากความรู้สึกของผู้ป่วยว่ากระวนกระวายหรือช้าลง)
  6. อ่อนเพลีย หรือไร้เรี่ยวแรงแทบทุกวัน
  7. รู้สึกตนเองไร้ค่า หรือรู้สึกผิดอย่างไม่เหมาะสมหรือมากเกินควร (อาจถึงขั้นหลงผิด) แทบทุกวัน (มิใช่เพียงแค่การโทษตนเองหรือรู้สึกผิดที่ป่วย)
  8. สมาธิหรือความสามารถในการคิดอ่านลดลง หรือตัดสินใจอะไรไม่ได้ แทบทุกวัน (โดยได้จากการบอกเล่าของผู้ป่วย หรือจากการสังเกตของผู้อื่น)
  9. คิดถึงเรื่องการตายอยู่เรื่อยๆ (มิใช่แค่กลัวว่าจะตาย) คิดอยากตายอยู่เรื่อยๆ โดยมิได้วางแผนแน่นอน หรือพยายามฆ่าตัวตายหรือมีแผนในการฆ่าตัวตายไว้แน่นอน

 

B. อาการที่มีนั้นก่อให้เกิดความทุกข์อย่างมาก หรือทำให้กิจกรรมด้านสังคม การงาน หรือด้านที่สำคัญต่างๆ บกพร่องไป

C. อาการไม่ได้เป็นจากผลทางด้านสรีรวิทยาจากสาร หรือจากภาวะความเจ็บป่วยทางอื่น

D. อาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นจากภาวะโรคจิตที่มีความผิดปกติด้านอารมณ์ schizoaffective disorder, schizophrenia, schizophreniform disorder, delusional disorder หรือโรคอื่นในกลุ่ม schizophrenia spectrum หรือโรคจิตอื่นๆ

E. ไม่เคยมี manic หรือ hypomanic episode

 

ในหนังสือ โลกซึมเศร้า ซึ่งกล่าวถึงสาเหตุที่ไม่ได้มาจากเคมีในสมองและการรักษาโดยไม่ใช้ยา มีการอ้างอิงถึงเช็กลิสต์ทั้ง 9 ข้อใน DSM ซึ่งเป็นเหมือนคัมภีร์ทางจิตเวชสำหรับแพทย์และบริษัทยาว่า สำหรับที่ผ่านเหตุการณ์สูญเสีย เมื่อทำเช็กลิสต์จะพบว่าทุกคนเข้าข่ายโรคซึมเศร้าทั้งสิ้น จึงทำให้เกิดข้อยกเว้นใน DSM ฉบับก่อนที่เรียกว่า ‘ข้อยกเว้นของความโศกเศร้า’ เพราะผู้สูญเสียจะหมกมุ่นกับการสูญเสียที่เกิดขึ้น เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ คล้ายกับอาการที่พบในระยะซึมเศร้าได้

แต่ DSM-V ตัดข้อยกเว้นนี้ออกไป ผู้เขียนจึงระบุในหนังสือถึงความไม่ครอบคลุมสมบูรณ์ของ DSM ว่า 

“คราวนี้ถ้าลูกวัยแบเบาะของคุณเสียชีวิต แล้ววันรุ่งขึ้นคุณไปหาหมอในภาวะโศกเศร้าเสียใจอย่างรุนแรง หมอสามารถวินิจฉัยได้ทันทีว่าคุณเป็นโรคซึมเศร้า”

 

อย่างไรก็ตาม ข้อยกเว้นสำหรับภาวะ ‘คล้ายอาการซึมเศร้า’ ที่ต้องวินิจฉัยแยกยังมีอีกหลายประการ เช่น 

– อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงง่ายตามธรรมชาติของวัยรุ่น และปฏิกิริยาที่ตอบสนองต่อความเครียดที่เกิดตามปกติ

– โรคทางกายที่มีอาการคล้ายภาวะซึมเศร้า เช่น ภาวะซีด, โรคมะเร็ง, ภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ตํ่า, โรคติดเชื้อบางอย่าง

– ภาวะเศร้าจากการสูญเสีย

– ภาวะการปรับตัวต่อความเครียดหรือสถานการณ์ไม่เหมาะสม

– ภาวะซึมเศร้าที่เป็นผลจากโรคทางกาย เช่น โรคเบาหวาน, โรค SLE, โรคลมชัก

– ยาที่กระตุ้นให้เกิดภาวะซึมเศร้า เช่น ยากลุ่ม beta blocker ยาคุม

– โรคทางจิตเวชอื่นๆ เช่น ไบโพลาร์ หรือโรควิตกกังวล 

Related Books