#คนดังอ่าน ตามลายแทงเหล่าคนดังกับหนังสือเล่มโปรด

ว่ากันว่า การเลือกอ่านหนังสือหรือหนังสือเล่มโปรดของแต่ละคนล้วนมีส่วนในการบอกอัตลักษณ์หรือความเป็นเราอย่างละนิดอย่างละหน่อย เหล่าไอดอลหรือคนดังเองก็ไม่ต่างกัน พ้นไปจากหน้าม่านของการแสดงหรือร้องเต้น หลังหน้ากระดาษเขาและเธอคือหนอนหนังสือ คือนักอ่านที่หมกมุ่น หลงใหลในตัวอักษรเหล่านั้นไม่ต่างกันกับเรา จนอยากมาชวนดูกันว่า พวกเขาอ่านอะไรกันบ้างนะ

พัก จินยอง (Park Jin-young)

น่าจะพอกล่าวได้ว่า พัก จินยอง ไอดอลหนุ่มจากวง GOT7 คือหนึ่งในบุคคลที่ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมเป็นกระแส #ไอดอลอ่าน ขึ้นมาเมื่อสองปีก่อน แถมยังมักจะถูกพบเห็นได้ตามที่สาธารณะด้วยการถือหนังสือไว้ในมืออย่างสม่ำเสมอ หากกวาดตาดูรายชื่อหนังสืออย่างคร่าวๆ เราคงพบว่าจินยองนั้นสนใจงานวรรณกรรมคลาสสิกอยู่พอสมควรเลยทีเดียว และนี่คือหนังสือบางเล่มที่เขาเคยอ่านและแนะนำไว้

The Curious Case of Benjamin Button (มีแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ เรื่องประหลาดของ เบนจามิน บัตทอน โดยสำนักพิมพ์ผจญภัย) เรื่องสั้นโดย เอฟ. สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Collier เมื่อปี 1922 โดยมันเล่าถึงชายคนหนึ่งที่เกิดมาในร่างอันแก่ชรา และค่อยๆ เยาว์วัยลงทุกครั้งเมื่อเติบโตขึ้นราวกับเป็นนาฬิกาที่เดินถอยหลัง เรื่องสั้นนี้เคยถูกสร้างเป็นหนังมาแล้วในชื่อเดียวกันปี 2015 กำกับโดย เดวิด ฟินเชอร์ นำแสดงโดย แบรด พิตต์

To Kill a Mockingbird (มีแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด โดยแพรวสำนักพิมพ์) หนึ่งในวรรณกรรมคลาสสิกรางวัล Pulitzer ที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างยาวนานนับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รับการตีพิมพ์เมื่อปี 1960 จากปลายปากกาของ ฮาร์เปอร์ ลี (Harprt Lee) ว่าด้วยความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับคนดำ นำมาสู่การต่อสู้เพื่อยุติการแบ่งแยกทางชาติพันธุ์ในชั้นศาลอันแสนทรงพลัง

Norwegian Wood (มีแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย โดยสำนักพิมพ์กำมะหยี่) งานวรรณกรรมขึ้นชื่อของนักเขียนชาวญี่ปุ่น ฮารูกิ มูราคามิ (Haruki Murakami) เล่าถึง วาตานาเบะ หนุ่มมหาวิทยาลัยที่พบว่าการที่เพื่อนสนิทฆ่าตัวตายคือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต กับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหญิงสาวสองคนที่ก้าวเข้ามาในชีวิตไล่เลี่ยกัน เรื่องนี้เคยถูกสร้างเป็นหนังในปี 2010 โดยได้นักแสดงหนุ่ม เคนอิจิ มัตสึยามะ มารับบทนำ

คิม นัมจุน (Kim Nam-joon)

แร็ปเปอร์ผู้เป็นหัวเรือสำคัญของวง บีทีเอส (BTS) จากเกาหลีใต้ คิม นัมจุนเป็นที่รู้จักว่าเขานั้นหลงใหลในโลกของการอ่านมาก บ่อยครั้งที่เขามักอ้างอิงถึงงานวรรณกรรมผ่านการสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหรือแม้แต่เนื้อเพลงของวง

Demian (มีแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ เดเมียน โดยสำนักพิมพ์เคล็ดไทย) งานเขียนชิ้นเอกของ แฮร์มานน์ เฮสเส (Hermann Hesse) นักเขียนสัญชาติเยอรมันที่ทิ้งผลงานเอกอุไว้ให้คนรุ่นหลังได้อ่านและค้นหาตัวตนมากมาย เดเมียนเองก็เช่นกัน โดยหนังสือตั้งคำถามถึงตัวตนและจิตวิญญาณขบถของคนหนุ่มสาวในโลกอันว้าวุ่นและแล้งไร้ โดยนัมจุนเคยให้สัมภาษณ์ว่าเดเมียนคือหนึ่งในงานวรรณกรรมที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญของการทำอัลบั้ม Wings ด้วย

The Stranger (มีแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ คนนอก โดยสำนักพิมพ์สามัญชน) “ในสังคมของเรา ใครก็ตามที่ไม่เสียน้ำตาในงานศพแม่ของตัวเอง เขาคนนั้นจะต้องโทษประหาร) อัลแบร์ กามูส์ (Albert Camus) กล่าวถึงงานวรรณกรรมเรื่องเอกของเขาไว้เช่นนั้น และนั่นคือหัวใจสำคัญของงานเขียนเรื่องนี้ ที่ว่าด้วยชายแสนสามัญซึ่งไม่ฟูมฟายต่อความตายของแม่ตัวเอง จำต้องเผชิญหน้ากับสายตาพิพากษาของสาลและสังคมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

The Catcher in the Rye (มีแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ จะเป็นผู้คอยรับไว้ไม่ให้ใครร่วงหล่น โดยสำนักพิมพ์ไลต์เฮาส์พับลิชชิ่ง) ผลงานเขียนของ เจ. ดี. ซาลินเจอร์ (J. D. Salinger) เล่าถึง โฮลเดน คอลฟิลด์ เด็กหนุ่มผู้สวมหมวกล่าสัตว์สีแดง ออกเดินแกร่วไปทั่วเมืองภายหลังดดนไล่ออกจากโรงเรียน ท่ามกลางความขบถ ขวางโลกและกราดเกรี้ยวต่อสังคม เขาคือมนุษย์ที่สื่อสัตย์ต่อหัวใจตัวเองเป็นอย่างยิ่ง โดยมันเป็นหนึ่งในวรรณกรรมข้ามพ้นวัยยอดนิยมที่ครั้งหนึ่งเคยถูกแปะป้ายเป็นหนังสือต้องห้ามของเด็กๆ ในอเมริกามาแล้ว

เซียว จ้าน (Xiao Zhan)

นักแสดงหนุ่มสัญชาติจีนผู้แจ้งเกิดในซีรีส์ The Untamed หรือ ปรมาจารย์ลัทธิมาร มักให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับหนังสือที่เขากำลังอ่านหรือหลงใหลอยู่บ่อยครั้ง หรือแม้แต่การปรากฏตัวที่นสนามบิน ก็มักเป็นภาพเขาเดินถือหนังสืออยู่ข้างตัวบ่อยครั้ง และนี่คือหนึ่งในไม่กี่เล่มที่เซียวจ้านอ่าน

The Storied Life of A. J. Fikry (มีแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ หลากเรื่องในชีวิตของชายที่รักหนังสือ โดยแพรวสำนักพิมพ์) ผลงานของ แกเบรียล เซวิน (Gabrielle Zevin) ว่าด้วยเรื่องชวนหัวปวดประสาทของ เอ. เจ. ฟิกรี ชายเจ้าของร้านขายหนังสือที่ธุรกิจไปได้ไม่สวยนัก แถมเมียก็มาตายจาก และถ้านี่ยังไม่หนักพอ หนังสือรวมบทกวีของ เอ็ดการ์ อัลลัน โพ ซึ่งเป็นเสมือนสมบัติติดตัวชิ้นเดียวที่มียังถูกขโมยไปอีก และในภาวะที่ทุกสิ่งกำลังดิ่งลงก้นเหวเช่นนี้ เขากลับพบว่ามีบางสิ่งถูกทิ้งร้างไว้ในร้านหนังสือทึมเทาของเขา ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของฟิกรีไปตลอดกาล

Le Petit Prince (มีแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ เจ้าชายน้อย โดยสำนักพิมพ์จินด์) งานเขียนอมตะของ อองตวน เดอ แซงเตก-ซูเปรี (Antoine de Saint-Exupéry) เล่าเรื่องของเด็กชายผมทองจากดาว B 612 และชายหนุ่มนักบินผู้ประสบอุบัติเหตุอยู่กลางทะเลทราย ทั้งสองแลกเปลี่ยนบทสนทนาที่ว่าด้วยวัยเยาว์ การเติบโตและความเจ็บปวด กล่าวกันว่า นี่คือหนึ่งในงานวรรณกรรมที่ให้ความรู้สึกและผลลัพธ์ต่างกันไปทุกครั้งที่เปิดอ่านในแต่ละช่วงอายุ

The Three-Body Problem (มีแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ ดาวซานถี่ อุบัติการณ์สงครามล้างโลก โดยสำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์) ครั้งหนึ่งที่เซียวจ้านกำลังเดินทางไปยังสนามบิน แฟนคลับถ่ายภาพเขาถือหนังสือเล่มหนึ่งไว้ในมือ และเมื่อตามไปหาข้อมูลดูก็พบว่า มันคือนิยายไซ-ไฟเรื่องดังของจีน โดยเชื่อมโยงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ควบรวมเข้ากับวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจภายใต้เส้นเรื่องของนักฟิสิกส์ที่พบความเปลี่ยนแปลงอันทารุณของสังคมช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมจีน หลังจากนั้นไม่นาน เธอพบสัญญาณลี้ลับจากต่างดาวที่เป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของการสูญสิ้นมนุษยชาติ

เอ็มมา โรเบิร์ตส์ (Emma Roberts)

ฝั่งศิลปินจากตะวันตก เราจะไม่พูดถึง เอ็มมา โรเบิร์ตส์ นักแสดงสาวจากซีรีส์เฮอร์เรอร์ Scream Queens ไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะเป็นที่รู้ดีว่าเธอคือหนอนหนังสือตัวยงและมักจะเขียนแนะนำหนังสือลงในอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอเสมอ และนี่คือหนึ่งในหนังสือที่เธออ่าน (ตามอ่านรีวิวของเธอได้ในแฮชแท็ก  #CurrentlyReading นะจ๊ะ)

Shutter Island โรเบิร์ตส์เล่าว่า ช่วงที่กำลังถ่ายทำซีรีส์ American Horror Story เธออินกับเรื่องเล่าแบบเฮอร์เรอร์และธริลเลอร์อย่างมาก และ Shutter Island ก็ตอบโจทย์เธออย่างที่สุด นี่คือนิยายธริลเลอร์ชั้นยอดของ เดนนิส เลอเฮน (Denis Lehane) และถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อเดียวกันเมื่อปี 2010 กำกับโดย มาร์ติน สกอร์เซซี โดยมันเล่าถึงนักสืบ เท็ดดี กับคู่หูคนใหม่ของเขา ชัค ออกเดินทางไปยังเกาะลึกลับที่เป็นสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลจิตเวช โดยมีรายงานว่าฆาตกรโรคจิตรายหนึ่งหลุดจากการคุมขังออกไปได้ เท็ดดีจึงต้องผจญภัยความเครียดและหวาดระแวงสุดขีดอันนำเขาไปสู่ความจริงและความลวงในหัวตัวเอง

Men Explain Things to Me (มีแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ ผู้ชายชอบอธิบายหลายสิ่งให้ฉันฟัง โดยสำนักพิมพ์สำนักนิสิตสามย่าน) งานเขียนของ รีเบคกา โซลนิต (Rebecca Solnit) ที่ชวนสำรวจวาทกรรมและแนวคิดแบบชายเป็นใหญ่ ตลอดจนอคติทางเพศที่มาในรูปแบบของการเล่าเรื่อง การแสดงความรู้ความเข้าใจที่เหนือกว่า ฯลฯ พร้อมกันนั้นก็วิเคราะห์สภาพความกดดันหรือความไม่เท่าเทียมทางเพศที่เกิดขึ้นในสังคมอเมริกันหลายช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาอย่างน่าสนใจ

Make it Scream, Make it Burn รวมเรื่องสั้นของ เลสลี เจมิสัน (Leslie Jamison) ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2019 และได้รับคำวิจารณ์แง่บวกท่วมท้นจากเรื่องราวอันหลากหลาย สารพัดรูปแบบ ทั้งจากหญิงสาวที่ครวญเพลงวาฬผู้โดดเดี่ยวที่สุดในโลก ตลอดจนครอบครัวที่สงสัยว่าลูกของพวกเขาอาจกลับชาติไปเกิดเป็นนักบิน ฯลฯ โดยโรเบิร์ตส์การันตีความดีงามของหนังสือเล่มนี้ว่า “ฉันส่งมันไปให้เพื่อนๆ อ่านคนละเล่ม พวกเขาลงเอยด้วยการโทรศัพท์กลับมาหาฉันแล้วบอกว่า ‘เราต้องถกกันเกี่ยวกับเรื่องสั้นเรื่องนั้นหน่อยแล้วนะ’ หลังจากอ่านจบทุกคนเลย!”

บิลล์ เมอร์เรย์ (Bill Murray)

นักแสดงคอมิดี้ชายผู้เป็นที่รักจาก Lost in Translation (2003) ก่อนนี้เมอร์เรย์เคยให้สัมภาษณ์ว่านักเขียนในดวงใจของเขาคือ มาร์ค ทเวน (Mark Twain) ซึ่งเป็นนามปากกาของ ซามูเอล แลงฮอร์น คลีเมนส์ นักเขียนชาวอเมริกัน โดยมัวร์เรย์เคยบอกว่า “เพราะเขาทั้งฉลาดและมีอารมณ์ขันน่ะสิ!” ดังนั้น ในหนังสือเล่มโปรดของเมอร์เรย์จึงเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะมีงานเขียนของ มาร์ค ทเวน อยู่ด้วย

Adventures of Huckleberry Finn (มีแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ การผจญภัยของฮักเกิลเบอร์รี่ ฟินน์ โดยสำนักพิมพ์แพรวเยาวชน) หนังสือที่ว่าด้วยการผจญภัยของเด็กหนุ่มเล่มสำคัญของ มาร์ค ทเวน หัวใจสำคัญของเรื่องอยู่ที่เด็กชายฮักเกิลเบอร์รี่ ที่หนีออกจากบ้านเพราะพ่อเอาแต่เมาอาละวาดและทำร้ายร่างกายเขาตลอดเวลา จนได้ไปเจอกับ จิม ชายผิวดำที่หนีออกจากการถูกจับไปขายเป็นทาส นำมาสู่เรื่องราวชวนระทึก การต่อสู้และการชิงไหวชิงพริบของสองคู่หูจำเป็นในโลกที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด

A Story Like the Wind หนังสือโดย ลอว์เรนซ์ ฟาน เดอ โพสต์ (Laurens van der Post) นักเขียนแอฟริกาใต้ งานเขียนของเขาส่วนมากแล้วเล่าถึงเรื่องราวในแอฟริกาใต้ ทั้งสังคม ความเชื่อและตำนานปรัมปรา หนึ่งในนั้นคือ A Story Like the Wind ว่าด้วยแอฟริกาใต้ในช่วงเวลาก่อนที่ชาวยุโรปจะรุกคืบเข้ามา ผ่านสายตาของ ฟรองซัวส์ จูแบร์ต เด็กชายที่ได้สัมผัสและเข้าไปมีส่วนร่วมกับความลี้ลับอันเป็นปริศนาและงดงามของแอฟริกาใต้

The Plague (มีแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ กาฬวิบัติ โดยสำนักพิมพ์สามัญชน) นวนิยายอันทรงพลังของ อัลแบร์ กามูส์ (Albert Camus) ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1947 ใจกลางของเรื่องอยู่ที่เมืองโอร็อง ฝรั่งเศส เมื่อกาฬโรคระบาดจนผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก งานหนักจึงตกอยู่ที่หมอผู้ต้องดูแลคนไข้ บาทหลวงที่พยายามให้ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจต่อผู้คน ตลอดจนนักข่าวที่อยากหนีออกไปจากเมืองนี้ โดยแก่นหลักของหนังสือนั้นว่าด้วยการไม่สูญเสียตัวตนและความเป็นมนุษย์ไปเมื่อต้องเผชิญกับโรคระบาดคร่าชีวิต

Related Books