The Curator Picks: จิบกาแฟซิกเนเจอร์ 5 เมนู คู่วรรณกรรม 5 เล่ม

ว่ากันว่า เราสามารถเริ่มต้นวันดีๆ ได้ด้วยหนังสือหนึ่งเล่ม กับกาแฟหนึ่งแก้ว (หรือถ้าใครนิยมจิบชาก็ไม่ว่ากัน) อาจเพราะกลิ่นกรุ่นและฤทธิ์คาเฟอีนนั้นช่วยปลุกเราจากความงัวเงีย ขณะที่ตัวอักษรบนกระดาษก็ช่วยเคลียร์และจัดระบบความคิดที่ฟุ้งกระจาย

ยิ่งถ้าหนังสือกับเครื่องดื่มที่เลือกมานั้นทำปฏิกิริยาสัมพันธ์กัน เราอาจค้นพบ ‘โมเมนต์มหัศจรรย์’ แบบไม่ทันตั้งตัว

คอลัมน์ The Curator Picks ประจำเดือนนี้ แทนที่จะเลือกหนังสือมาแนะนำกันเหมือนคราวก่อนๆ เราถือโอกาสชักชวน ‘บิว-เศรษฐการ วีรกุลเทวัญ’ บาริสต้ามือรางวัลจาก Factory Coffee – Bangkok มาช่วยคัดสรรเมนูพิเศษ 5 เมนู เพื่อจับคู่กับวรรณกรรม 5 เล่มจากทีม The Curator

 

บิว-เศรษฐการ วีรกุลเทวัญ ผู้ร่วมก่อตั้งร้าน Factory Coffee Bangkok

 

 

 

 

จุดเด่นของเมนูเครื่องดื่มร้านนี้ คือเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร โดยเฉพาะการนำกาแฟมาเพิ่มมิติด้วยวัตถุดิบหลากหลาย ใช้เทคนิคการชงและเสิร์ฟคล้ายกับบาร์คอกเทล ที่สำคัญคือเน้นการใช้เมล็ดกาแฟเกรดพรีเมียมจากเกษตรกรไทย

ลองมาดูไปพร้อมๆ กันว่า 5 เมนูที่ถูกเลือกมานั้น จะมีความโดดเด่นน่าลิ้มลองอย่างไร แล้วมันเทียบเคียงได้กับวรรณกรรมเล่มไหนบ้าง!

 

1. Mrs. Cold x Rashomon

 

 

Selected Coffee: Mrs. Cold

เมนูแรกที่ Factory Coffee ภูมิใจเสนอ และเป็นเสมือนเมนู Signature ของร้านตั้งแต่เริ่มแรก คือ ‘Mrs. Cold’ กาแฟนมที่เสิร์ฟในรูปแบบ double layer ซ้อนกันระหว่างช็อตกาแฟร้อนๆ ด้านบน กับนมเย็นๆ ที่อยู่ด้านล่าง ให้รสชาตินุ่มนวล ละมุนละไม แตกต่างกันในทุกคำที่ดื่ม โดยเมนูนี้ หลายคนอาจคุ้นเคยในชื่อ ‘Dirty Latte’ ที่ร้านกาแฟยุคใหม่หลายร้านนิยมเสิร์ฟให้ลูกค้า โดย Factory Coffee ถือเป็นร้านแรกๆ ในไทยที่นำเสนอกาแฟนมเย็นในรูปแบบนี้

บาริสต้าหนุ่มเล่าให้เราฟังว่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตอนที่ไปตระเวนชิมกาแฟที่ประเทศญี่ปุ่น

“เราอยากทำกาแฟที่มีความละมุน เป็นเอสเพรสโซเย็นที่สามารถโชว์รสชาติของช็อตกาแฟที่อยู่ด้านบนได้ และทานง่าย เราเลยลองเสิร์ฟด้วยวิธีนี้ ส่วนชื่อ Mrs. Cold มาจากชื่อเพลงของวง King of Convenience เรารู้สึกว่าเพลงนี้มันมีความละมุน ประกอบกับตอนที่เราทดลองทำเครื่องดื่มนี้ เป็นช่วงที่เราเปิดเพลงของ King of Convenience บ่อยมาก”
.

Selected Book: Rashomon

เมื่อได้ฟังคอนเซ็ปต์และลองชิมรสชาติของ Mrs.Cold แล้ว วรรณกรรมเล่มแรกที่แวบเข้ามาในหัวเราทันที ก็คือเรื่อง ‘Rashomon’ (ราโชมอนและเรื่องสั้นอื่นๆ) ของ ริวโนะสุเกะ อะคุตะงาวะ โดยหนึ่งในเรื่องที่เป็นไฮไลท์ ก็คือเรื่อง ‘ในป่าละเมาะ’ ที่ว่าด้วยความตายปริศนาของซามูไรคนหนึ่งซึ่งถูกพบศพอยู่ในป่าละเมาะ แต่การจะสืบเสาะหาความจริงกลับไม่ง่าย เพราะพยานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ตาย ต่างให้การไปคนละทิศคนละทาง สร้างความสับสนว่าอะไรคือข้อเท็จจริงกันแน่

หากเทียบกับกาแฟแก้วนี้ มองเผินๆ แม้ดูเป็นกาแฟที่ทานง่าย แต่กลับเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ซับซ้อน ได้ทั้งสัมผัสร้อนและเย็น ขมและหวานในคำเดียว และเมื่อดื่มไปสักพัก อุณหภูมิและรสชาติของกาแฟและนมยิ่มผสมกลมกลืนกันเป็นเนื้อเดียวจนแยกไม่ออก

2. Phayathai x Less

 

Selected Coffee: Phayathai

เมนูที่สอง มีชื่อว่า ‘Phayathai’ เป็นกาแฟดำที่นำไปเชคกับ lemon syrup เทลงบนน้ำโทนิค รสชาติเปรี้ยว หวาน ซ่าสดชื่น ถือเป็นอีกเมนูยอดฮิตของร้าน Factory Coffee คนที่ชอบดื่มกาแฟที่มีลูกเล่นรับรองว่าต้องชอบ เพราะสามารถ mix and match กาแฟดำที่มีรสชาติออกขมกับส่วนผสมแบบคอกเทลได้อย่างลงตัว

“เมนูนี้เกิดขึ้นจากความรู้สึกที่ว่า กาแฟดำสำหรับบางคนเป็นกาแฟที่กินยาก เราเลยอยากทำให้กาแฟดำมีความสดชื่นมากขึ้น ไม่ใช่กินเพื่อตื่นอย่างเดียว แต่สดชื่นกระปรี้กระเปร่าด้วย เราเลยเลือกเลมอนกับโทนิคเข้ามาผสม การใช้โทนิคก็เพื่อให้ได้มิติความขมอีกแบบหนึ่ง เป็นความขมที่ดี ขณะที่เลมอนมันก็มีความนุ่มนวลสดชื่นในตัวอยู่แล้ว

“ส่วนการตั้งชื่อว่า พญาไท ก็เป็นความตั้งใจที่เราอยากปักหมุดร้านของเรา ว่าเราอยู่ในย่านพญาไท เป็นเมนูที่คิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเปิดร้านครั้งแรก”

 

Selected Book: Less

หลังจากได้ชิมเมนูนี้ เรานึกถึงหนังสือที่โทนโดยรวมนั้นมีความสดชื่น แต่สะท้อนความขมขื่นอยู่ลึกๆ และ ‘Less’ นวนิยายรางวัลพูลิตเซอร์ ปี 2018 ของ Andrew Sean Greer ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะเจาะ

อาจเพราะชีวิตที่มีทั้งเปรี้ยว หวาน ขม ของตัวละครเอกนามว่า ‘เลส’ นักเขียนเกย์วัยสี่สิบปลายๆ ที่ยังคงหาทางลงให้กับหัวใจไม่ได้ ขณะที่งานเขียนของเขาก็เรียกว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่หวือหวา มีรางวัลติดไม้ติดมือบ้างแต่ก็ไม่ถึงขั้นเป็นซูเปอร์สตาร์

บุคลิกและนิสัยใจคอของเลสทำให้เรานึกถึงเพื่อนที่เป็นชายรักชายบางคน หน้าตาและการแต่งองค์ทรงเครื่องเนี้ยบกริบ อัธยาศัยดี มีเสน่ห์ เป็น​ที่​รักใคร่ของทุกคน แต่ตกหลุมรักและอกหักซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับคนเดิมๆ

3. Steve Jobs x Beginners

 

Selected Coffee: Steve Jobs

เมนูที่สาม มีชื่อว่า ‘Steve Jobs’ เป็นกาแฟ cold brew ที่แช่สกัดข้ามคืน แล้วนำมาผสมเข้ากับน้ำแอปเปิ้ล องุ่นเขียว และข้าวคั่ว เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความเป็นตะวันตกและความเป็นไทย ความเป็นสมัยใหม่และสมัยเก่

บาริสต้าเล่าให้เราฟังว่า เมนูนี้เป็นเมนูใหม่ที่คิดขึ้นมาตอนย้ายร้านมาอยู่ที่ใหม่ (ข้างสถานี Airport link พญาไท) เมื่อ 3 ปีที่แล้ว

“เราอยากนำคัลเจอร์ของไทยไปผสมกับความเป็นตะวันตก ก็เลยนึกถึงข้าวคั่ว ซึ่งมีกลิ่นและรสสัมผัสที่ดี แล้วก็เอามามิกซ์กับแอปเปิ้ลและองุ่นที่มีความเป็นผลไม้ต่างชาติ เหมือนคนสองเจเนอเรชั่นมาเจอกัน สไตล์ของคนที่ดื่ม น่าจะเป็นคนที่นิ่งๆ สุขุมนิดนึง บุคลิกหรือการแต่งตัวอาจไม่ได้ดูหวือหวา แต่มีรายละเอียดในการใช้ชีวิต

“ส่วนการตั้งชื่อว่า Steve Jobs ข้อแรกคือเพราะมันมีแอปเปิ้ล ข้อต่อมาคือเรารู้สึกว่า Steve Jobs เป็นคนที่นำโลกใบใหม่เข้ามา และมีอิทธิพลมากกับคนในเจเนอรชั่นเราที่โตมากับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของ Apple ดังนั้นเราเลยคิดว่า Steve Jobs เป็นภาพแทนที่ดี ที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนผ่านของวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ จากยุคอิตาเลียนดั้งเดิมมาสู่ยุคใหม่แบบจริงจัง”

Selected Book: Beginners

ระหว่างฟังเรื่องราวและที่มาที่ไปของเมนูนี้ เรานึกถึงชีวิตและผลงานนักเขียนที่ชื่อว่า เรย์มอนด์ คาร์เวอร์ นักเขียนชาวอเมริกันที่ชีวิตแหว่งวิ่น ลุ่มๆ ดอนๆ และสะท้อนภาวะเหล่านั้นออกมาเป็นเรื่องสั้นที่เรียบง่ายแต่ซับซ้อน

ผลงานที่เราหยิบมาคือเรื่อง ‘Beginners’ (มือสมัครเล่น) ที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการตีพิมพ์ในชื่อ ‘What We Talk About When We Talk About Love’ (1981) และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับ อเลฆานโดร อินาร์ริตู นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ Birdman ในปี 2014

แต่แม้จะเป็นหนังสือที่ได้รับความนิยม ก็มีข้อกังขาว่า มันเป็นงานที่สะท้อนตัวตนและเอกลักษณ์ของเรยมอนด์แค่ไหน เพราะมันถูกปรับแก้ไปเกินกว่าครึ่ง ด้วยฝีมือของบรรณาธิการ กอร์ดอน ลิช

ด้วยเหตุดังกล่าว หลังจากเรย์มอนด์ คาร์เวอร์ เสียชีวิต ภรรยาของเขาจึงได้นำต้นฉบับที่ไม่ได้รับการตัดแต่งใดๆ มาตีพิมพ์อีกครั้งในปี 2009 ภายใต้ชื่อ Beginners และได้รับการแปลเป็นไทยในชื่อ ‘มือสมัครเล่น’ โดยสำนักพิมพ์บทจรเมื่อปีที่แล้ว

จุดที่น่าสนใจของหนังสือเล่มนี้ จึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเนื้อหาอย่างเดียว แต่เบื้องหลังของมันยังชวนให้ฉุกคิดถึงบทบาทและอำนาจของบรรณาธิการที่มีต่องานของนักเขียน ว่าสุดท้ายแล้ว ‘จุดกึ่งกลาง’ ของการปลุกปั้นต้นฉบับคืออะไร เราจะคงสำนวนและเนื้อเรื่องเดิมของนักเขียนไว้แค่ไหน หรือควรจะใส่อะไรเข้าไปเพิ่ม เพื่อให้งานชิ้นนั้นแสดงศักยภาพของมันออกมาสูงสุด

เช่นเดียวกับกาแฟ ‘Steve Jobs’ แก้วนี้ ที่เมื่อเราได้ชิม ความเห็นก็แตกเป็นสองฝั่ง คือฝั่งหนึ่งจิบแล้วชอบทันที เพราะรู้สึกว่ามันแปลกใหม่ น่าตื่นตาตื่นใจ แต่อีกฝั่งกลับรู้สึกว่าความเป็นกาแฟซึ่งควรจะโดดเด่นที่สุดนั้น มันถูกกลบด้วยกลิ่นของข้าวคั่วและผลไม้ ให้ความรู้สึกก้ำกึ่งว่าสิ่งที่จิบไปนั้นเป็นกาแฟหรือน้ำผลไม้มากกว่ากัน

4. Echo Espresso Blend x 1984

 

 

Selected Coffee: Echo Espresso Blend

เมนูที่สี่ มีชื่อว่า ‘Echo Espresso Blend’ เป็นช็อตเอสเพรสโซที่กลั่นจากเมล็ดกาแฟไทย 90% นำมาเบลนด์กับกาแฟเอธิโอเปีย 10% เสิร์ฟเป็นซ็อตเอสเพรสโซเพื่อให้ได้รสและสัมผัสของกาแฟแบบเน้นๆ

“ตอนที่เราคิดเมนูนี้ และตั้งชื่อว่า ‘Echo’ เพราะเราอยากให้มันมีความก้องกังวาน เป็นช็อตเอสเพรสโซที่เป็นปากเสียงให้กับกาแฟไทย รวมถึงกาแฟต่างประเทศที่มีคุณภาพและเรื่องราวที่น่าสนใจ เพื่อมานำเสนอกับลูกค้า โดยเราตั้งใจให้มันเป็น seasonal blend ฉะนั้นตัวกาแฟที่นำมาใช้จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล แต่โดยหลักจะใช้กาแฟไทยเป็นเบส”

 

Selected Book: 1984

ขึ้นชื่อว่ากาแฟช็อต แน่นอนว่าต้องชัดเจน มีพลัง สำหรับคอกาแฟสายแข็งที่ชอบยกจิบเป็นช็อตเข้มๆ บอกเลยว่าถ้าได้ลอง Echo Espresso Blend แล้วต้องชอบอย่างแน่นอน

สำหรับคอหนังสือ ถ้าจะต้องเลือกวรรณกรรมสักเล่มที่ชัดเจน มีพลัง เป็นปากเสียงที่สะท้อนความคิดและอุดมการณ์แห่งยุคสมัย ก็คงต้องยกให้ ‘1984’ ของจอร์จ ออร์เวลล์ นวนิยายดิสโทเปียที่พูดถึงสังคมที่ปกครองด้วยอำนาจเผด็จการได้อย่างถึงแก่น

โดยในส่วนของประเทศไทยนั้น ช่วงหลังรัฐประหาร 2557 มีนักกิจกรรมที่นำหนังสือเล่มนี้มาใช้เป็นสัญลักษณ์ในการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ส่งผลให้ 1984 กลับมาอยู่ในความสนใจของผู้คนในสังคมอีกครั้ง จนกลายเป็นหนังสือที่ได้รับการตีพิมพ์ซ้ำและขายดีอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

นั่นสะท้อนให้เห็นอย่างหนี่งว่า งานวรรณกรรมที่ทรงคุณค่า ไม่ว่าผ่านเวลาไปนานแค่ไหน ประเด็นของมันยังคงสดใหม่และสะท้อนแง่มุมทางสังคมได้เสมอ

จอร์จ ออร์เวลล์ เขียนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ปี 1949 พูดถึงโลกอนาคตอันเลวร้ายในปี 1984 สิ่งที่เป็นตลกร้ายคือ สภาพสังคมการเมืองในปี 2020 ของบางประเทศ กลับไม่ต่างจากในเรื่องเท่าไหร่ น่าคิดเหมือนกันว่าถ้า จอร์จ ออร์เวลล์ ยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ เขาจะรู้สึกอย่างไร

5. Filter Coffee x The Prophet

 

Selected Coffee: Filter Coffee – Mae Ton Luang

เป็นกาแฟที่สกัดออกมาจากการชงแบบดริป ใช้เวลาและพิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการชง ผู้ดื่มมักเป็นคนที่สนใจในกาแฟตัวนั้นจริงๆ ไม่ฉาบฉวย เหมาะกับคนที่มีบุคลิกสุขุม ใจเย็น ละเมียดละไม โดยเมล็ดกาแฟที่บาริสต้าเลือกมาให้เราชิม คือกาแฟจากแม่ตองหลวง รสออกเปรี้ยว ให้กลิ่นผลไม้ชัดเจน

“ทุกขั้นตอนของการทำกาแฟดริปแบบนี้ อาจไม่ได้มีอะไรหวือหวา แต่มันมีรายละเอียดซ่อนอยู่ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นทางที่เป็นคนปลูก คนคั่ว มาจนถึงคนชง สามส่วนนี้คือส่วนสำคัญที่ทำให้กาแฟตัวนี้ออกมาสมบูรณ์แบบ ถ้าคนทั่วไปมอง อาจรู้สึกว่ามันเป็นกาแฟดำทั่วไป เพราะมันไม่มีอะไรมาผสมหรือตกแต่ง ส่วนตัวจึงมองว่า คนที่จะชอบหรือเข้าใจกาแฟประเภทนี้ ต้องเป็นคนที่รู้จักกาแฟดีในระดับหนึ่ง เคยศึกษามาระดับหนึ่งแล้ว ถึงจะเข้าใจว่ามันมีรายละเอียดยังไง

“ส่วนสาเหตุที่เลือกกาแฟของแม่ตองหลวงมาให้ชิม ก็เพราะเราไปเห็นจากไร่มาแล้วว่าเขาใส่ใจทุกขั้นตอน เลยรู้สึกว่าต้องนำมาชงแบบดริปเท่านั้น เพื่อให้คนดื่มได้สัมผัสแก่นของมันมากที่สุด”

 

Selected Book: The Prophet

ระหว่างที่นั่งมองบาริสต้าหนุ่มค่อยๆ รินน้ำใส่ตัวกรอง ของเหลวสีน้ำตาลทองค่อยๆ ไหลรินสู่ภาชนะเบื้องล่าง สวนทางกับกลิ่นอโรมาที่ลอยกรุ่นขึ้นมา เรานึกถึงหนังสือ ‘ปรัชญาชีวิต’​ (The Prophet) ของ คาลิล ยิบราน

หากการชงและชิมกาแฟแก้วนี้เป็นเสมือนการละเลียดชีวิตของกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ การได้ละเอียดอ่าน ‘ปรัชญาชีวิต’​ ก็น่าจะเป็นไปในทำนองเดียวกัน คือทำให้เราได้จดจ่อและทบทวนชีวิตในมิติที่ไม่เคยมอง กะเทาะเปลือกรุงรังออกให้เหลือแต่แก่น เพื่อซึมซาบรสชาติที่นานๆ ครั้งจะได้สัมผัส

อย่างไรก็ดี ‘ปรัชญาชีวิต’​ อาจมีความพิเศษกว่าเล่มอื่นๆ ตรงที่ มีพกไว้ติดตัวเมื่อไหร่ก็อุ่นใจ เปิดสุ่มไปหน้าไหนก็มีประโยคกระตุกใจเสมอ และบางครั้ง การอ่านคู่กับสุราก็ให้อรรถรสที่น่าพึงใจไม่น้อยไปกว่าการละเลียดคู่กาแฟ

Related Books