อย่าไปไหน

พ่อเกิดความคิดว่ายินดีจะละทิ้งที่นั่งในแถวของคนร่างกายปกติเพื่อให้มีคนมองพ่อด้วยสายตาเช่นนั้นบ้าง เช่นที่เธอผู้มีบาดแผลชีวิตคนนั้นมองหนุ่มอัมพาตหดเกร็ง สักครั้งในชีวิตก็ยังดี ลูกเอ๋ย

อย่าไปไหน, มาร์กาเร็ต มัซซันตีนี

ติโมเตโอ รักผู้หญิงอยู่สามคน

คนแรกคือ อันเจลา ลูกสาววัยสิบห้าปีที่ประสบอุบัติเหตุจนต้องเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน และเขา -ในฐานะศัลยแพทย์- ต้องกู้ชีวิตเธอให้หลุดพ้นจากหุบเหวแห่งความตาย

สองคือ เอลซา เมียที่เขาตบแต่งออกหน้าออกตาเป็นทางการ ผู้เป็นแม่ของอันเจลา

และสาม อิตาเลีย ผู้หญิงชั้นต่ำที่เขาคว้าร่างของหล่อนมาบดขยี้ในบ่ายร้อนระอุ วันที่รถของเขาดับพัง และแอลกอฮอลของเบียร์ที่ราดลงคอเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนกัดกระเพาะและประสาทสัมผัสจนช้าเชือน เป็นผู้หญิงข้างถนนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า และติโมเตโอก็รักเธอเหลือเกิน

อย่าไปไหน อาจจะเป็นเรื่องเล่าชวนฝันแบบซินเดอเรลล่า เมื่อศัลยแพทย์หนุ่มซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยฐานะทางการเงินและสังคม ตกหลุมรักกับหญิงสาวไร้ที่มาที่ไป เรียบง่ายและเปี่ยมอารมณ์ขัน เธอทำให้โลกเฉื่อยชาของเขามีสีสันด้วยมุกสัปดนและท่าทีผ่อนคลายแบบที่สังคมชั้นสูงและเมียรักในชีวิตจริงให้เขาไม่ได้ แต่ไม่ใช่ มันไม่ได้งดงามและอ่อนโยนแบบในเทพนิยาย ตรงกันข้าม วรรณกรรมเรื่องนี้ของ มาร์กาเร็ต มัซซันตีนี กลับเต็มไปด้วยน้ำเสียงเสียดสีและขมขื่นของติโมเตโอที่คุยกับลูกสาวตัวเองขณะผ่าตัดยื้อชีวิตให้เธอ ทั้งเรื่องจึงเป็นเสมือนบทบันทึกห้วงความคิด -ผสมผสานกับการระลึกบาปในอดีต- ที่ถะถั่งหลั่งไหลขณะที่ติโมเตโอไขว่คว้าเอาลมหายใจของลูกสาวกลับมาสู่อ้อมอกด้วยการเล่าเรื่องผ่านคำเรียก ‘พ่อ’ และ ‘ลูก’ ทุกคำ

สิ่งที่ขำขื่นหากก็ชวนให้กำหมัดเจ็บปวดคือท่าทีสารภาพบาปต่อหน้าร่างที่กึ่งเป็นกึ่งตายของลูกสาว คนอย่างติโมเตโอมีอะไรให้สารภาพบาปหรือ เขามีเมียสวย ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและได้รับการนับหน้าถือตาในสังคม หากก็เป็นคนเดียวกันกับที่หวังจะให้ชีวิตอันผุดผ่องและเรียบกริบของตัวเองได้ลงไปคลุกฝุ่นดินของรสชาติชีวิต กระสันจะได้สกปรกและหลุดออกจากกรอบกรงของความเป็นผู้ดีที่ตัวเองก็หากินกับมันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หนังสือฉายให้เห็นช่วงเวลาที่ติโมเตโอหวนคิดถึงเรื่องของตัวเองในวัยเด็ก เขาคือเด็กชายที่เติบโตมาในครอบครัวมีอันจะกิน เรียนแพทย์ ใช้ชีวิตตามครรลองที่สังคมกำหนดและครั้งหนึ่งก็ภาคภูมิใจกับมัน ครอบครัวที่เพียบพร้อม เมียที่ดีและอ่อนหวาน การเป็นผัว เป็นพ่อ เป็นผู้นำครอบครัวที่หมดจด ทุกอย่างล้วนสมบูรณ์แบบทว่าก็ให้รสชาติเหมือนกระดาษแข็งสำหรับติโมเตโอ อ้อมกอดของเมียรักแข็งกระด้างว่างเปล่า ขณะที่รสจูบของนังผู้หญิงต่ำช้าข้างทางที่เมียเขาไม่มีวันเห็นว่าเป็นคู่แข่ง -ไม่ว่าจะในสนามไหนของชีวิต– กลับอ่อนโยนและเต็มไปด้วยเลือดเนื้อ

การได้พบกับอิตาเลียทำให้ติโมเตโอกำซาบถึงรสชาติชีวิตอีกครั้ง ซึ่งนี่เองที่ชวนให้กำหมัดเจ็บใจเพราะท้ายที่สุดแล้ว คนแบบที่สังคมมองว่าปลายแถวอย่างอิตาเลียก็เป็นได้แต่เพียง ‘เครื่องปรุงชีวิต’ ให้กับชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมเท่านั้น เธอมีอยู่เพื่อทำให้เขาตระหนักได้ว่า นับตั้งแต่ลืมตาดูโลกเรื่อยมาจนบ่ายแก่ๆ แดดจัดจ้าที่รสเสียและมีเบียร์เผาไหม้ในโพรงปากนั้น เขาเป็นแต่เพียงคนขี้ขลาดที่ไม่เคยได้กล้าใช้ชีวิตออกนอกกรอบอันดีงามที่สังขีดไว้เลย นั่นเพราะ -แม้แต่เขาเองก็ยากจะยอมรับ– ว่าแม้มันจะเป็นชีวิตที่จืดชืดไร้สีสัน หากมันก็มอบบรรณาการและความเป็นอภิสิทธิ์หลายอย่างที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ และเป็นสิ่งที่อิตาเลียไม่อาจฝันถึง -อย่าว่าแต่จะมีไว้ครอบครอง

เรื่องราวเศร้าสร้อยและเจ็บปวด คาบเกี่ยวระหว่างเส้นแบ่งความเป็นความตายตลอดทั้งเรื่อง และบางทีความตายก็ไม่ได้มีคำตอบอะไรให้กับเราทั้งนั้น ไม่มีประโยชน์ที่จะต่อต้านหรือทำความเข้าใจ ก้มหน้าก้มตาใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ -หากยังมี- ไปก็เท่านั้น

Related Books