ตาสว่าง (IL RE DI BANGKOK)

พลันที่อ่านนิยายภาพเล่มนี้จบ ผมหลับตา
ไม่ใช่เพราะเหนื่อยล้าจากการอ่าน แต่เป็นอารมณ์โหวงๆ ซึมๆ คล้ายตอนเดินออกจากโรงหนังทั้งที่ตอนจบยังคาใจ
จะว่าไป มันให้ความรู้สึกเหมือนดูหนังนั่นแหละ เพียงแต่มันไม่ใช่หนังที่ดูง่ายขนาดนั้น ถามว่าสนุกไหม สนุก น่าเบื่อไหม ก็มีบางช่วงที่น่าเบื่อ วิธีเล่าเรื่องเหมือนจะล้ำ แต่ก็ไม่ได้ใหม่จนทำให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
ส่วนประเด็น ถ้าเป็นคนที่ติดตามการเมืองมาบ้าง แค่เห็นคำว่า ‘ตาสว่าง’ ก็น่าจะพอเดาทางออก
แต่ก็เหมือนหนังหลายเรื่องๆ บางทีสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันพิเศษ กระทั่งยกเข้าไปประดับลิสต์ในดวงใจ คือการได้รู้ถึงที่มาที่ไปและเบื้องหลังการทำงานบางอย่าง
‘ตาสว่าง’ เล่มนี้ก็เช่นกัน ถ้ามองมันในฐานะนิยายภาพเล่มหนึ่งที่เล่าถึงการเมืองไทยสมัยใหม่ผ่านคนตัวเล็กๆ ก็คงไม่น่าตื่นเต้นอะไรนัก
แต่พอได้รู้ว่า ผู้เขียนคือนักมานุษยวิทยาที่ลงไปคลุกคลีและเก็บข้อมูลจากคนจริง พื้นที่จริง อยู่หลายปี มันจึงเริ่มมีความน่าสนใจขึ้นบ้าง และยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีก เมื่อนักมานุษยวิทยาที่ว่านั้นเป็นชาวอิตาลี
ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่จะมีนักวิชาการต่างชาติสนใจศึกษาการเมืองไทย แต่แปลกที่ผู้เขียนเลือกนำเสนอมันออกมาในรูปแบบนี้ ซึ่งเป็นท่าที่ค่อนข้างยาก โดยเฉพาะเมื่อต้องเล่าย้อนฉากหลังตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2520 เพื่อมาขมวดปมหลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553
ทั้งหมดทั้งมวล ต้องถือเป็นความพยายามที่ให้ผลลัพธ์สุดท้ายออกมาค่อนข้างดี ข้อได้เปรียบของงานชิ้นนี้คืออิงจากเรื่องจริง เก็บข้อมูลจากตัวละครที่อยู่ในเหตุการณ์จริง แล้วกลั่นออกมาเป็น ‘นก’ ตัวละครเอกของเรื่องนี้ ที่เป็นทั้งชายตาบอดขายล็อตเตอรี เป็นวินมอเตอร์ไซค์ซึ่งทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาในม็อบเสื้อแดง เป็นหนุ่มบ้านนอกที่สะพายเป้เข้ากรุงเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดี เป็นสามี และเป็นพ่อ
กระสุนนัดเดียวทำให้โลกของเขามืดดับ แต่กลับพบความจริงบางอย่างที่สว่างคาตาอันมืดบอด
แม้จะพอเดาออกว่าเนื้อเรื่องจะเคลื่อนไปทางไหน ลำดับเหตุการณ์เป็นยังไง แต่สิ่งที่ทำให้ตื่นเต้น และอยากพลินอ่านต่อไปในแต่ละหน้า คือรายละเอียดของเหตุการณ์ โดยเฉพาะช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียด รัฐบาลตัดสินใจสลายการชุมนุม ตัวละครและมุมกล้องคล้ายดึงเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ ได้ยินได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏในข่าว ได้สัมผัสทั้งความปวดร้าวและโหดเหี้ยมของมนุษย์ และได้เผชิญกับความหดหู่เคว้งคว้างอย่างถึงที่สุด เมื่อโดนหักหลังจากคนที่เคยมอบความหวังให้ชีวิต
เอาเข้าจริงแล้ว ชีวิตของนกต้องเผชิญชะตากรรมไม่ต่างจากคนอีกนับล้านในประเทศนี้ พวกเขาใฝ่ฝันอยากมีชีวิตที่ดี และพยายามขวนขวายทุกอย่างเพื่อสร้างฝันนั้นให้เป็นจริง
สิ่งที่น่าเศร้าคือ ในเมืองแห่งแสงสี พวกเขากลับกลายเป็นคนที่ไร้ตัวตน กระทั่งไม่ถูกนับว่าเป็นคนด้วยซ้ำในสายตาของคนบางกลุ่ม
“ผมเหมือนตาบอดอยู่นานหลายปี เพราะแสงไฟเจิดจ้าของกรุงเทพฯ เพราะตึกติดผนังกระจก เพราะจอพลาสมา ครั้นตาบอดจริงๆ ถึงได้รู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ข้างใน และเข้าใจว่าผมเป็นเพียงเบี้ยในกระดาน…”
หากอ่านอย่างฉาบฉวย คุณอาจพบว่ามันเป็นหนังสือที่ภาพสวยและเนื้อหาเข้มข้นเล่มหนึ่ง แต่ถ้าลองอ่านอย่างละเมียดขึ้นหน่อย อาจพบว่ามีอะไรให้ถอดรหัสอยู่ไม่น้อย ทั้งในส่วนของภาพและตัวหนังสือ
และถ้าคุณบังเอิญเป็นคนอ่านประเภทหลัง ไม่แปลกหากคุณจะอยากหลับตานิ่งๆ สักพัก พลันที่อ่านจบหน้าสุดท้าย.
‘ตาสว่าง’ (IL RE DI BANGKOK)
คลาวดิโอ โซปรานเซตติ, เคียรา นาตาลุชชี เขียน
ซารา ฟับบรี ภาพประกอบ
นันทวรรณ์ ชาญประเสริฐ แปล
สำนักพิมพ์ อ่านอิตาลี
ราคา 395 บาท
สั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ได้ ที่นี่

Related Books

วรรณกรรมตะวันตก

ตาสว่าง

395 ฿