THE CURATOR CLUB

รวิศ หาญอุตสาหะ (แท็บ)
เริ่มต้นการอ่านหนังสืออย่างจริงจังตอนอายุ 27 ปี เพราะต้องกลับมาทำงานที่บ้านจึงต้องหาความรู้เพื่อทำงาน เลือกอ่านหนังสือบริหารธุรกิจ การตลาด กลยุทธ์ และการบริหารคนเยอะมาก จะบอกว่าหนังสือเป็นครูเลยก็ว่าได้ เพราะอ่านแล้วนำมาใช้งานจริงๆ ด้วย ตลอดระยะเวลาการทำงานมีหนังสือเป็นเหมือนครูและที่ปรึกษามาตลอด ทุกวันนี้ห้องสมุดที่บ้านมีหนังสือเกิน 5,000 เล่มไปแล้ว อ่านเยอะจนคันไม้คันมืออยากเขียนบ้าง รู้ตัวอีกทีก็ตีพิมพ์หนังสือของตัวเองมา 7 เล่มแล้ว ทุกวันนี้ยังคงซื้อหนังสือตลอดเวลาจนคิดว่าจะทำห้องสมุดเพิ่มอีกซักห้อง

กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร (ต้อง)
หนังสือดีๆ สักเล่มก็เหมือนกับ ‘ความสัมพันธ์’ ดีๆ ที่เกิดขึ้น ห้วงเวลาจะหดสั้นลงเพราะความเพลิดเพลิน จินตนาการจะเริ่มทำงาน ความเป็นไปได้ใหม่ๆ เริ่มก่อตัว ความฝันเล็กๆ ของผมคือการมีร้านหนังสือที่ผู้อ่านแวะเวียนมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างมีชีวิตชีวา มีส่วนร่วมในการจัดมุมหนังสือน่ารักๆ แบ่งปันเรื่องราวประสบการณ์ เป็นชุมชนของคนรักใน ‘การเรียนรู้’ อย่างแท้จริง

 

สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ (เอ๋)
ตอนเด็กๆ ผมมีเพื่อนเป็นแมวหัวกลมชื่อโดราเอม่อน ชอบเตะบอลเพราะกัปตันซึบาสะ เล่นบาสจนตัวดำเพราะอ่านสแลมดั๊งค์ ไม่ยอมนอนเพราะมัวแต่อ่านจินตนาการไม่รู้จบ อยากเข้าสถาปัตย์เพราะอ่านประภาส ชลศรานนท์ ตั้งคำถามกับความหมายการเป็นนักศึกษาเมื่ออ่านเสกสรรค์ ประเสริฐกุล รอดตายจากการอกหักมาได้เพราะหนังสือท่านพุทธทาส อยากโบกรถเที่ยวเพราะอ่านหนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น มีพลังวิ่งมาราธอนตอนอ่านมูราคามิ เสียน้ำตาให้สุนัขจิ้งจอกกับเจ้าชายน้อย ต้นส้มแสนรักกับเซเซ่ และความรักของคุณหญิงกีรติที่มีต่อนพพร เมื่อทำงานก็มีโอกาสเดินทางไปทำสารคดีที่บ้านตอลสตอย และบ้านคุณเสนีย์ เสาวพงศ์ มารู้ตัวอีกทีก็พบว่า ชีวิตมีหนังสือเป็นฉากและแผนที่ในการเดินทางเสมอมา ถ้าไม่ได้พบหนังสือเหล่านี้ ชีวิตผมคงแตกต่างไปจากตอนนี้มาก ผมเชื่อว่าคนอ่านหนังสือมักมีเรื่องพูดคุยกัน และคงจะดี ถ้าเราได้พบกันบ้าง ในร้านหนังสือสักร้านที่เรารัก